Accessibility Tools

Skip to main content

“การพัฒนาคุณภาพชีวิตคนตาบอด”

โดย

นางสาววัลลภา ศาลารักษ์

ผู้อำนวยการศูนย์เรียนรู้การฟื้นฟูสมรรถภาพคนตาบอดโดยชุมชน

    “การพัฒนาคุณภาพชีวิตคนตาบอด”
    นับตั้งแต่อดีตที่ผ่านมา “คนพิการ” ในสายตาและความรู้สึกของคนปกติทั่วไป จะถูกมองว่าเป็นคนมีกรรม ที่เกิดมาไม่เหมือนคนปกติ แต่คุณรู้หรือไม่ เมื่อเวลาไม่

เคยหยุดหมุน ชีวิตของคนเราเองก็เช่นกัน ที่ต้องก้าวเดินต่อไปข้างหน้าไม่อาจหยุดเดินได้ แม้แต่คนพิการที่ร่างกายมีข้อจำกัดในการมองเห็นอย่าง “คนตาบอด” เขาเองก็ต้องก้าวเดินต่อสู้ไปข้างหน้า “ดังเข็มนาฬิกาที่ต้องเก็บสะสมทุกวินาที เพื่อให้ครบ 1 นาที เก็บสะสมทุกนาทีเพื่อให้ครบ 1 ชั่วโมง เก็บสะสมทุก 1 ชั่วโมง เพื่อให้ครบ 1 วัน และคงต้องเก็บสะสมแบบนี้ไปทุกๆวันเพื่อให้ครบ 1 ชีวิต” หากเข็มวินาทีหยุดเดินนั่นก็เท่ากับว่า 1 ชีวิตก็จะขาดหายไป อุปสรรคที่ก้าวผ่านได้ยากไม่ใช่ความพิการ แต่เป็นทัศนคติของคนในสังคม
    การที่เราจะพัฒนาคุณภาพชีวิตคนตาบอดเพื่อให้มีการเปลี่ยนแปลงและปรับตัวได้นั้น ความรู้สึกพื้นฐานและหัวใจของการพัฒนาศักยภาพ คือ การเห็นคุณค่าของตัวเอง ดังนั้น การเข้าถึงจิตใจ อารมณ์ ความรู้สึกของคนตาบอดถือเป็นเรื่องที่สำคัญ และเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมาก เพราะความพิการสำหรับบางคนอาจเกิดขึ้นตั้งแต่กำเนิด โดยมีสาเหตุมาจากความผิดปกติของร่างกาย พันธุกรรมหรือบางคนอาจเกิดขึ้นภายหลังเนื่องจาก การเจ็บป่วย อุบัติเหตุ โรคภัยต่างๆ หรืออื่นๆที่มีผลกระทบทำให้มองไม่เห็น พวกเขาเหล่านั้น ต้องปรับสภาพจิตใจ สภาพร่างกาย สภาพความเป็นอยู่ การพัฒนาคุณภาพชีวิตคนตาบอดที่สำคัญ คือ การสร้างความมั่นใจให้เขาเห็นคุณค่าในตัวเอง เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมที่จะได้รับการฟื้นฟูในด้านต่างๆ เช่น ทางด้านการฟื้นฟูสุขภาพ (ได้รับการรักษาทางการแพทย์ ได้รับการฝึกทักษะ O&M ทักษะการดำรงชีวิต การทำกิจวัตรประจำวัน), ทางด้านการศึกษา (ได้รับการศึกษาตามช่วงวัย ตั้งแต่ปฐมวัย ประถม มัธยม อุดมศึกษา การเรียนรู้นอกระบบและการเรียนรู้ตลอดชีวิต), ทางด้านความเป็นอยู่ (การพัฒนาทักษะอาชีพ การจ้างงาน การมีงานทำ), ทางด้านสังคม (การเข้าไปมีส่วนร่วมทางสังคม), และการเสริมพลังอื่นๆ “โอกาส” คือ พลังสำคัญที่จะเป็นต้นทุนทำให้ชีวิตของคนตาบอดก้าวเดินต่อไปอย่างมั่นคง เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและขจัดการเลือกปฏิบัติ การเปลี่ยนภาระให้เป็นพลัง เปลี่ยนผู้รับให้เป็นผู้ให้ เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะเป็นการสนับสนุนการพัฒนาคนตาบอดอย่างยั่งยืน
    ในปัจจุบันนี้ “คนตาบอด” ได้พิสูจน์ให้คนปกติได้เห็นแล้วว่า พวกเขามีความพิการเฉพาะทางด้านร่างกายเท่านั้น แต่จิตใจและสมองมิได้พิการไปด้วย คุณค่าของคนตาบอดจึงมีปรากฏให้เห็นอย่างเป็นที่ประจักษ์ ซึ่งคุณภาพชีวิตของพวกเขาไม่ได้แตกต่างไปจากคนปกติเลย บางคนอาจมีศักยภาพมากกว่าคนปกติด้วยซ้ำไป จึงไม่น่าแปลกที่จะได้เห็น “คนตาบอด” ประสบความสำเร็จในการดำรงชีวิตเช่นเดียวกับคนปกติทั่วไปในทุกวงการ ทั้งในวงการศึกษา การกีฬา ดนตรี ศิลปะ การเมือง นักธุรกิจ ผู้นำองค์กรและอื่นๆอีกมากมาย รวมไปถึงคนตาบอดคนอื่นๆที่สามารถดำรงชีวิตได้อย่างอิสระด้วยตนเอง อยู่ร่วมกับสังคมได้อย่างมีความสุข

  • ฮิต: 37